เปิดรับตัวละครอยู่ / About EBF // ระบบต่างๆ Happy valentine
 
บ้านบ้าน  PortalPortal  CalendarCalendar  ช่วยเหลือช่วยเหลือ  ค้นหาค้นหา  รายชื่อสมาชิกรายชื่อสมาชิก  กลุ่มผู้ใช้กลุ่มผู้ใช้  สมัครสมาชิก(Register)สมัครสมาชิก(Register)  เข้าสู่ระบบ(Log in)  

Share | 
 

 [Main - Saving Oneself (มิติเวทแปรปรวน)] World of Mirrors - #1163

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ผู้ตั้งข้อความ
matchavaree
ฟอร์เมน
ฟอร์เมน
avatar

จำนวนข้อความ : 44
Join date : 14/10/2013
ที่อยู่ : โรเซลีนน์แดนทัพหลวงและฟีนิกซ์ถิ่นชาวร็อค

Player Information
Total Character(s): 5
Main: Any

ตั้งหัวข้อเรื่อง: [Main - Saving Oneself (มิติเวทแปรปรวน)] World of Mirrors - #1163   Mon Mar 31, 2014 6:33 pm

World of Mirrors
(Main Quest - Saving Oneself (มิติเวทแปรปรวน))
ROYAL MILITARY #1163 - Silvanus Tsuchida

Where: Tokyo, Japan, Meiji Period


When: 1 - 3 February 1028
For How Long: Six months.


Index of Chapters
01 - Refraction *complete - เลื่อนลงไปอ่านได้เลยค่ะ*
02 - Mirage
03 - Reflection
04 - ???












01: Refraction








อำนาจลึกลับที่ถูกเรียกว่ามิติเวท มีพลังดึงดูดคน สัตว์ สิ่งของ เข้าไปในตัวของมัน ลบการมีอยู่ของสิ่งนั้นในที่เดิม แล้วนำส่งสู่สถานที่ใหม่
พลทหารซิลวานัส ซึจิดะ ไม่มั่นใจว่ารูหนอนเชื่อมโลกนี้มีฤทธิ์ดูดกลืนความทรงจำของใครก็ตามที่หลุดเข้าไปได้ด้วยหรือไม่
เพราะภาพ เสียงและสัมผัสสุดท้ายที่ตนจดจำได้ก่อนหมดสตินั้น มีเพียงเสียงประกาศชัยเหนือผืนป่าใหญ่ กลิ่นระเบิดและควันไฟที่ยังไม่ทันเจือจางดี ความรู้สึกเจ็บที่หน้าท้อง


และเสียงของเด็กสาวร้องเรียกขณะที่ตัวเขาเองพลัดตกจากหลังเฟรอุส


“ซิลวานัส!”















สิ่งแรกที่เรียกสติให้กลับคืนมาได้คือกลีบดอกไม้ เบาบาง ลอยละล่องลงมาแนบข้างแก้มอย่างนุ่มนวล
ชายหนุ่มฝืนเปิดเปลือกตาหนักแล้วยันตัวขึ้นนั่ง แม้จะยังแสบแผลใหญ่ไม่หายก็จำต้องใช้สมองเรียบเรียงความคิด
ชื่อบนเครื่องมือสื่อสารของกองทัพยังถูกต้องตรงตามที่ตนจำได้ เขาคือพลทหารใต้สังกัดองค์ชายรัชทายาท เข้าร่วมสงครามที่อิคดราซิล-- ใช่ อิคดราซิล! ถึงจะพลาดท่าโดนเล่นงานจนต้องนอนซมไปนาน แต่สุดท้ายกองทัพทหารหลวงก็ชนะ

แล้วก็โดดมิติเวทดูดมาปล่อยไว้ที่นี่ ซึ่งก็เป็นที่ไหนก็ไม่รู้
และเมื่อลองสังเกตดูอีกที ก็รู้สึกเหมือนมีใครบางคนกำลังเฝ้ามองอยู่

จะว่าไป รอบข้างที่เพิ่งลองกวาดสายตามองก็เป็นป่า
บางทีซิลวานัสอาจจะโชคดีที่มิติเวทไม่ได้พาเขาไปส่งลง ณ ที่ใดที่ห่างไกลจากพิกัดเดิมนัก และอาจจะโชคร้าย หากตัวอะไรก็ตามที่จับเขาเอาไว้ในทัศนวิสัยคือศัตรูที่ยังหลงเหลืออยู่!

คิดเช่นนั้นชายหนุ่มก็รีบวาดมือออกไปอย่างไม่ทันยั้งคิดว่าประกาศิตวิหคชาดจะสิ้นฤทธิ์ไปแล้วหรือยัง ศัตรูใจเสาะถอนตัววิ่งหนีไปโดยเร็วฉับพลันที่มวลพฤกษาขยับไล่ตาม เสียงร้องที่เจ้าตัวเผลอปล่อยออกมาแหลมเล็กจนพลทหารคาดเดาว่าเป็นทหารหญิงของฝ่ายศัตรู ดวงตาสีเขียวหรี่ลงเมื่อเจ้าของพยุงร่างตนเองขึ้นยืน มือกุมท้องที่ยังส่งกระแสความรู้สึกเจ็บแปลบปลาบมาเป็นระยะ--สงสัยแผลจะเปิดอีกตอนหล่นมาอยู่ที่นี่--แล้วจึงออกตัววิ่งตามไป

เงาของผู้หญิงร่างเล็กแต่วิ่งไวเหลือเชื่อปรากฏอยู่ลางๆ ที่ตรงหน้าเขา พอเพ่งจนมองเห็นว่าชุดที่ใส่ไม่น่าจะเป็นชุดสำหรับออกรบด้วยซ้ำก็ยิ่งประหลาดใจ

แต่ไม่ทันที่ซิลวานัสจะลองตะโกนเรียกหรือเร่งฝีเท้าเข้าไปหา เงานั้นก็หายไป
พร้อมกับอาณาเขตของผืนป่าที่สิ้นสุดลง


“เอ๊ะ”


พนักงานแบกรถลากเกือบวิ่งชนซิลวานัสที่เพิ่งก้าวออกมาจากพงไม้ ทหารหนุ่มรู้สึกตัวว่าตนกำลังอ้าปากค้างยามที่มองไปรอบกายแล้วมองเห็นตึกรามบ้านช่องเรียงเป็นแถว ผู้คนเดินขวักไขว่ ชายบางคนสวมสูท หญิงสวมชุดเดรสฟูฟ่อง ในขณะที่ที่เหลือสวมเสื้อผ้าคล้ายกระโปรงยาวคลุมเกือบถึงเท้า เสื้อแขนยาวรุ่มร่ามแบบที่ไม่น่าจะพบเห็นได้ตามปกติหากเขาถูกมิติเวทนำมาส่งที่ชายป่าอิคดราซิล

แต่เป็นป่าสักที่...ในจื้อ?

ความสงสัยเริ่มบังเกิดข้างในศีรษะเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลเปลือกไม้ เขาอาจจะคิดไปเองว่าเกือบทุกคนที่ตนมองเห็น ณ ขณะนี้มีผมและตาสีดำ (ไม่นับรวมบางคนที่มีผมสีทอง) บางทีที่นี่อาจจะเป็นย่านสักย่านในจื้อที่เขาไม่ค่อยได้เข้ามาข้องเกี่ยวเท่าใดนัก และยิ่งไปกว่านั้น ความหิวที่ก่อตัวขึ้นในท้องก็รบกวนให้ชายหนุ่มไม่อยากจะใช้สมองคิดอะไรให้มากในตอนนี้ ซิลวานัสเดินมุ่งไปทางอาคารที่น่าจะเป็นร้านอาหาร ไม่ทันสนใจสายตาเคลือบแคลงที่จ้องมอง

เหมือนเขาไม่ใช่คนของที่นี่


“เอ๊ะ”


คำอุทานบ่งความประหลาดใจหลุดออกมาจากริมฝีปากเป็นครั้งที่สองเมื่อภาพที่ดูเหมือนจะปกติแต่ไม่ปกติปรากฏแก่สองตา
บรรยากาศในสถานที่ที่ซิลวานัสคาดว่าเป็นร้านอาหารทั่วไปไม่ได้แตกต่างไปจากร้านอื่นในจื้อที่เขารู้จัก แต่รายการอาหารที่เขียนแปะบนป้ายแต่ละแผ่นเรียงตามกำแพงนั้นคือตัวหนังสือที่เขา

“อะ...อ่านไม่ออก...”

ใจเย็นไว้ ซิลวานัส
ผู้ชายที่นั่งเก้าอี้ถัดไปเริ่มมองเขาด้วยสีหน้าไม่ไว้วางใจ ผู้หญิงผมยาวอีกคนที่อยู่ไกลกว่าก็ชายหางตามองมาทางนี้เหมือนกัน
เย็นไว้ พลทหาร!
นี่อาจจะเป็นแค่ร้านอาหารเก่าแก่ระดับเจ้าคุณปู่ที่เจ้าของร้านเป็นพวกอนุรักษ์นิยมขั้นเทพก็ได้ ตัวหนังสือพวกนั้นอาจจะเป็นภาษาโบราณสายที่ท่านพ่อไม่ได้สอนเอาไว้ก็ได้
จิ้มสั่งสักอย่าง แล้วทุกอย่างจะดีเอง ลุย! ลุยลุยลุย!

ชายหนุ่มเม้มริมฝีปากแน่น ชี้นิ้วฝากชะตากรรมของปากท้องตนไว้ที่แผ่นป้ายที่อ่านว่าอะไรวะอ่านไม่ออกโอยอยากจะร้องไห้เป็นภาษาเอชลิคท่านพ่อช่วยผมทีครับตรงหน้าทันที










ก้อนเส้นแป้งสาลีแช่ตัวในน้ำซุปร้อนรสเต้าเจี้ยว
โรยหน้าด้วยเนื้อหมูหั่นเป็นชิ้นบางๆ สาหร่ายแผ่น และต้นหอม
ขอบคุณองค์โรเซลีนน์ที่มันเป็นแค่บะหมี่ธรรมดา (อันที่จริงต่อให้ของที่สั่งเป็นหินอุกกาบาตลึกลับเขาก็คงกินอยู่ดีแต่จะขอละไว้เพื่อรักษาบรรยากาศเนื้อเรื่องที่ดีงาม)
ซิลวานัสประกบสองมือเข้าหากันแล้วพึมพำคำกล่าวขอบคุณสำหรับอาหารอย่างที่ทำเป็นประจำ โชคยังดีที่เขาพกเงินมาบ้างก่อนเข้าอิคดราซิล(ซึ่งมาคิดดูอีกทีก็นึกสงสัยว่าพกมาทำไมวะ) เขาไม่รู้ว่าบะหมี่ถ้วยนี้ราคาเท่าไรจึงตัดสินใจเทเหรียญพินและธนบัตรดีเรลทุกชื้นทุกแผ่นที่ล้วงเจอตามกระเป๋าเสื้อสีดำของกองทัพลงต่อหน้าคนที่น่าจะเป็นเจ้าของร้าน

ชายแก่สวมผ้าโพกหัวมองตามเหรียญและแผ่นกระดาษที่ร่วงหล่นด้วยสายตาอันยากจะคาดเดาว่ากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ ก่อนเงยหน้าขึ้น

“ที่นี่ไม่รับเงินต่างชาตินะ พ่อหนุ่ม”

“เอ๊ะ” ครั้งที่สามของวันนี้ถูกปล่อยออกไป ดวงตาสีเขียวเบิกกว้างแบบที่ถ้ามีรูปเครื่องหมายคำถามปรากฏกลางตาได้อย่างผีเสื้อของเผ่าเลปทีร์ได้คงมีไปแล้ว “อ๋า ไม่ได้หรือครับ? หรือว่าไม่พอครับ?”

ซิลวานัสคงไม่ได้คิดไปเองว่าพี่กล้ามใหญ่สองคนหลังคุณลุงเจ้าของร้านเริ่มส่งรังสีไม่เป็นมิตรมาทางเขา ทหารหนุ่มกลืนน้ำลายฝืดลงคออย่างไม่ประสงค์จะมีปัญหากับพลเรือน บางทีบะหมี่ที่นี่อาจจะมีส่วนผสมที่เป็นวัตถุดิบชั้นเลิศ (ซึ่งเขาก็ไม่รู้หรอก อะไรกินได้ก็กินไป) จนแพงกว่าร้านทั่วไป เขาควรจะทำอย่างไรเมื่อพกเงินมาแค่นี้

“เอาอย่างนี้ดีไหมครับ บ้านผมก็อยู่ในจื้อนี่แหละ เดี๋ยววิ่งกลับไปยืมเงินท่านพ่อมาจ่ายให้แป๊บเดียว-”

“เด็กๆ” ตาแก่ไม่รอฟังเขาพูดจบเสียด้วยซ้ำ ชายอุดมกล้ามทั้งสองก็ลุกขึ้นประหนึ่งสั่งได้ดั่งใจ

แย่ล่ะสิ สงสัยคงรับแต่เงินสดกินเดี๋ยวนั้นจ่ายเดี๋ยวนี้
ซิลวานัสข่มใจให้สงบเยือกเย็น แม้เหงื่อกาฬจะไหลบ่าเสมือนหลุดมาอยู่กลางทะเลทรายร้อน แล้วค่อยพูดประโยคประนีประนอมออกมาช้าๆ ชัดถ้อยคำ




“เดี๋ยวผมช่วยล้างจานชดใช้ให้ก็ได้ครับ”




วัตถุสงบศึกอย่างแรกที่ลอยมากระแทกใบหน้าซื่อๆ ของพลทหารซิลวานัสคือถ้วยกระเบื้อง
เขาจำไม่ค่อยได้ว่าชายแก่เจ้าของร้านส่งเสียงล้งเล้งต่อว่าอะไรเขาอีก
จำได้ว่าพี่กล้ามหน้าโหดสองคนวิ่งเข้ามาหา พยายามจะจับเขาให้ได้
แล้วต้นไม้ประดับในร้านก็เกิดอาละวาดขึ้นมา คงเป็นเพราะเขาตกใจ
และท่ามกลางความวุ่นวาย ซิลวานัสก็พบว่ามีมือเล็กๆ คว้าเขาเอาไว้แล้วพาตัวออกจากร้านไป

“ฉันจ่ายค่าราเม็งแทนคุณแล้วนะ หาเงินเองได้เมื่อไหร่ใช้คืนด้วย เขาใจไหม?”

เธอสวมชุดกระโปรงกับแขนเสื้อยาวรุ่มร่ามเหมือนกับที่พี่สาวของเขาชอบใส่ ดูอย่างไรก็ไม่เหมาะกับการวิ่งแบบที่กำลังทำอยู่ตอนนี้เลย

ซิลวานัสผงกตอบ

“แถวนี้เขาไม่รับเงินสกุลอื่น เหรียญกับแผ่นกระดาษที่คุณมีใช้ที่นี่ไม่ได้หรอก”

เขาผงกอีกครั้ง พอเริมตั้งสติได้ก็เห็นว่าผู้หญิงคนนี้คนเดียวกันกับที่ชายตามองเขาในร้าน
แล้วก็เป็นคนเดียว...กับที่แอบดูเขาในป่า? ลางสังหรณ์บอกว่าเป็นเธอแม้โลกนี้ (โลกไหน?) จะมีผู้หญิงผมสีดำยาวถึงเอวอยู่มากมายก็ตาม

“....นี่คุณ” ฝีเท้าของเธอชะลอลงเมื่อรอบกายไม่ใช่พื้นที่กว้างแต่เป็นตรอกแคบแห่งหนึ่งแทน ชายหนุ่มทำได้เพียงวิ่งตามแล้วจ้องตอบตั้งใจฟัง


แม้จะฟังไม่รู้เรื่องเลยก็ตาม อันที่จริงก็งงอภิมหางงตั้งแต่กับคุณลุงเจ้าของร้านแล้วล่ะครับ

ดวงตาสีเดียวกันกับเส้นผมละเอียดหรี่มองร่างสูง

“คุณฟังฉันไม่ออกเลยใช่ไหมคะ?”





ไม่รู้ว่าพูดอะไรแต่ขอยิ้มตอบก่อนได้ไหมครับ
ท่านพ่อ ผมคิดว่าผมอยากจะร้องไห้แล้วล่ะ
ดูเหมือนว่า


ผมจะหลุดเข้ามาอยู่ในโลกคู่ขนานของจื้อเสียแล้วล่ะครับ



To Be Continued.

_________________
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://aquareverie.wordpress.com
 
[Main - Saving Oneself (มิติเวทแปรปรวน)] World of Mirrors - #1163
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 1

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
 :: Members Zone :: Royal Military-
ไปที่: